เพราะเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ไม่เก็บค่าเข้าชม ทั้งยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล
เท่าที่ควรจึงทำให้เกิดปัญหาในการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ ซึ่งเจ้าของต้องนำเงินส่วน
ตัวมาใช้ในการบำรุงรักษาพิพิธภัณฑ์
เพราะเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ไม่เก็บค่าเข้าชม ทั้งยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล
เท่าที่ควรจึงทำให้เกิดปัญหาในการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ ซึ่งเจ้าของต้องนำเงินส่วน
ตัวมาใช้ในการบำรุงรักษาพิพิธภัณฑ์
12/1 ถ.บางเอียน ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา
จ.พระนครศรีอยุธยา 13000
โทร. 035-241195
มือถือ. 081-817-0567 แฟกซ์. 035-242839
E-mail kanok0036@yahoo.com
( คลิ๊กที่ภาพเพื่อดูภาพขนาดใหญ่ )
พิพิธภัณฑ์เรือไทย ตั้งอยู่เลขที่ ๑๒ หมู่ ๑ ซอย บางเอียน๘ ถ.บางเอียน ต.ประตูชัย
อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา แต่ถ้าท่านมาเป็นหมู่คณะ ขอแนะนำเส้นทางที่สะดวก
มากขึ้นโดยใช้เส้นทางเข้าเมือง จาก ถนนโรจนะ ข้ามแม่น้ำป่าสักที่สะพานสมเด็จพระนเรศวรตรง
ถึงสี่แยกที่สอง ให้เลี้ยวขวา โปรดสังเกต ปั้มน้ำมัน ปตท. ทางขวา.ที่สี่แยกนี้ เข้าสู่ถนนชีกุน ตรง
มาผ่านโรงเรียนอยุธยาวิทยาลัยทางด้านซ้าย เข้าสู่วงเวียน ซึ่งมีน้ำพุ ประดับรูปปั้นกลุ่มนางมโน
ราห์และราชสีห์ที่สวยงามที่สุดของจังหวัด ตรงมาถึงสามแยกองค์การ โทรศํพท์ ให้ผ่านมาประ
มาณหนึ่งร้อยเมตร จะถึงสามแยก ด้านหลังขององค์การโทรศัพท์ ให้เลี้ยวขวาที่แยกนี้เข้าสู่ถนน
หอรัตนไชย สังเกตว่าที่สามแยกจะอยู่ตรงข้ามวัดมหาธาตุ วิ่งมาตามถนน ประมาณห้าร้อยเมตร
จะถึงสี่แยก และผ่านสี่แยก ตรงมาประมาณ ห้าสิบเมตร มองทางด้านขวาจะเห็นป้ายพิพิธภัณฑ์
เรือไทยอาคารทรงไทย สองชั้น หลังคาสีหมากสุก ท่านสามารถจอดรถได้ที่ริมถนนหอรัตนไชย
ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ทั้งสองฝั่ง
เรือขุด
เรือมาดเป็นเรือขุดท้องกลมขุดจากไม้ตะเคียน เรือมาดขนาดใหญ่ใช้แจวหลายแจว ขนาดกลางใช้ 2 แจว ขนาดเล็กใช้พาย นับเป็นเรือเก่าแก่ชนิดหนึ่งของไทย ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย และสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น มีประโยชน์ใช้สอยมากมาย
เรือหมูเป็นเรือที่มีความสวยงามอ่อนช้อย เป็นเรือขุดท้องกลมขนาดกลางหัวท้ายเรืองอนเล็กน้อยพองาม มีการเสริมกราบเรือทั้งสองข้าง กลางลำเรือเป็นแคร่โปร่งลูกระนาด พื้นหัวและท้ายเรือ ยังมีแคร่เปิดปิดได้
เรือต่อ
เรือสำปั้นพายขายก๋วยเตี๋ยวบางครั้งเรียกว่าเรือซำปังหรือเรือสามปั้น เป็นเรือจีนขนาดเล็ก ติดอยู่กับเรือสำเภาจีนสำหรับช่วยชีวิตยามฉุกเฉินหรือพายจากเรือสำเภาเข้ามาติดต่อกับชายฝั่ง ต่อด้วยไม้กระดาน 3 แผ่น คือ ท้องเรือ 1 แผ่นและข้างเรือข้างละ 1 แผ่นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สั่งซื้อเรือสำปั้นจีนจากเมืองกวางตุ้งเข้ามาเพื่อให้ข้าราชบริพารฝ่ายในได้ พายเล่น ต่อมา พระยาสุรศักดิ์มนตรีสุริยวงศ์ (ดิศ บุนนาค) ได้ปรับปรุงเรือแบบใหม่ ให้มีรูปร่างสวยงามตามแบบไทยดังที่เห็นในปัจจุบัน นิยมใช้ในการค้าขาย เช่น ขายก๋วยเตี๋ยว ขายกาแฟ
เรือผีหลอกเป็นเรือหาปลาของชาวบ้าน มีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ต่อด้วยไม้สามแผ่น ลักษณะเพรียว หัวเรือและท้ายเรือมีแคร่ กลางลำโล่ง ต่อกราบซ้ายขึ้นไปเป็นเสาสูงประมาณ 1 เมตร จากห้องกลางลำเรือขึงด้วยตาข่ายตาโตเพื่อกันไม่ให้ปลากระโดดข้ามเรือ ด้านขวามีแผ่นกระดานทาสีขาวห้อยข้างเรือ
พิพิธภัณฑ์เรือไทย ประกอบด้วยส่วนจัดแสดง ๓ ส่วน คือ
ส่วนที่หนึ่ง อาคารเรือโบราณ จัดแสดงเรือ โบราณ ซึ่งเคยใช้งานจริงในอดีต บางลำมีอายุกว่าร้อยปี เช่น เรือชะล่า ไม้สัก ยาว ๘.๕ เมตร เรือมาดประทุน เรือมาดเก๋ง ขุดจากไม้ตะเคียนทั้งต้น เรือหมู เรือพายม้า เรือขุดที่มีความอ่อนช้อย สวยงาม เรือบดเกล็ด ซึ่งเป็นเรือที่เป็นของรางวัลที่หนึ่งจากงานประจำปีของอยุธยาในอดีต เรือโปงตาล ซึ่งขุดมาจากต้นตาลทั้งต้นเช่นกัน นอกจากนี้ ยังได้จัดแสดงนิทรรศการถาวร ความรู้เกี่ยวกับเรือไทย ภาพเขียนเรือต่างๆ จากฝีมือของอาจารย์ไพฑูรย์ และแผนที่อยุธยา แสดงวัดวาอาราม โบราณสถาน แม่น้ำลำคลอง ในอดีต แผ่นต้นฉบับ จากผลงานการสำรวจ ของคุณ เคน เมย์ ชาวอเมริกัน ที่สนใจประวัติศาสตร์ของอยุธยาและรักการเดินทางโดยทางเรือเป็นชีวิต
ส่วนที่สอง อาคารทรงไทย ทำด้วยไม้สักทอง จัดแสดงเรือจำลองประเภทต่างๆ จากฝีมือของอาจารย์ไพฑูรย์ ได้แก่ เรือพระราชพิธีจำลอง เช่น เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณรัชกาลที่๙ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เป็นต้น เรือสำเภาประเภทต่างๆ เรือเมล์ เรือยนต์ และเรือพื้นบ้านจำลองของไทยทุกประเภท ตลอดจนเครื่องมือที่ใช้ในการต่อเรือในอดีต เช่น ขวาน ผึ่ง สว่าน โฉเฉ เลื่อยลันดา เลื่อยช้อน ซึ่งมิได้ใช้ไฟฟ้า แต่อย่างใด
ส่วนที่สาม บริเวณภายนอกอาคาร ซึ่งจัดแสดงเรือขนาดใหญ่ กลางแจ้ง เช่น เรือกระแชงต่อด้วยไม้สัก เป็นเรือซึ่งใช้บรรทุกข้าวเปลือก เรือเครื่องเทศ หรือเรือข้างกระดาน ซึ่งได้รับบริจาคมาจากครอบครัว “พุฒตาล” เป็นเรือซึ่งใช้ค้าขายเครื่องเทศ ของใช้ เครื่องครัวประเภทต่างๆ เคยใช้ขึ้นล่องไปค้าขายมากกว่า สิบจังหวัด เรือสุวรรณวิจิก( จำลอง) ขุดจากไม้ตะเคียนทั้งต้น ความยาวมากกว่า สิบสองเมตร ที่ใช้ในการถ่ายสารคดี “เสด็จประพาสต้น”ของพระพุทธเจ้าหลวง และเรือยนต์ “ไพฑูรย์รัตนาวา” ซึ่งออกแบบและต่อขึ้นเองโดยอาจารย์ไพฑูรย์ เมื่อสี่สิบปีก่อน สำหรับครอบครัว ขาวมาลา ใช้เดินทางจากบ้านเดิมที่ริมแม่น้ำลพบุรี มาสอนหนังสือในเกาะเมือง ที่โรงเรียนช่างต่อเรือ นอกจากนี้ ยังมี เรือสำปั้นขายกาแฟ สำปั้นขายก๋วยเตี๋ยว สำปั้นพายขายขนมไทย เรือเหล่านี้ได้รับการบูรณะ ซ่อมแซมให้คงอยู่ในสภาพเดิมเมื่อครั้งอดีต และพื้นที่สาธิตการทำเรือจำลอง ให้ผู้สนใจได้เยี่ยมชมอีกด้วย
ประวัติพิพิธภัณฑ์เรือไทย
พิพิธภัณฑ์เรือไทย ตั้งอยู่เลขที่ ๑๒ หมู่ ๑ ซอยบางเอียน ๘(ขาวมาลา) ถนนบางเอียน
ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยที่อาจารย์ไพฑูรย์
ขาวมาลา เป็นผู้ก่อตั้ง เมื่อปีพ.ศ. ๒๕๓๗ ด้วยจิตวิญญาณที่ผูกพันกับสายน้ำและเรือมาตั้ง
แต่วัยเด็ก อีกทั้งยังได้เป็นอาจารย์ผู้สอนวิชาออกแบบ เขียนแบบ และการต่อเรือมาตลอด
ชีวิตที่รับราชการ ณ โรงเรียนช่างต่อเรือ (ปัจจุบันวิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมต่อเรือ)
ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๐๑ จนถึงเกษียณอายุราชการในปี พ.ศ.๒๕๓๙ ได้เล็งเห็นว่าความเจริญก้าว
หน้าทางด้านเทคโนโลยี การคมนาคมและการขนส่งของประเทศ จะทำให้การใช้เรือในอนาคต
น่าจะน้อยลง และไม้ที่เป็นวัสดุหลักในการต่อเรือจะหมดไปอนุชนรุ่นหลังจะไม่รู้จักเรือไทย และ
เรือพื้นบ้าน ท่านจึงได้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์เรือไทยขึ้น ณ บ้านพักในยุคแรก เพื่ออนุรักษ์และเป็น
แหล่งเรียนรู้เรื่องเรือไทยให้กับนักเรียน นักศึกษา ประชาชนผู้สนใจ ทั้งชาวไทยและชาวต่าง
ชาติ โดยอาจารย์ได้เสียสละเงินบำนาญ และเงินที่ได้จากการขายที่นาสองไร่ในจังหวัดปทุมธานี
มาก่อสร้างบริเวณบ้านพักเพิ่มเติมให้เป็นพิพิธภัณฑ์เรือไทย นอกจากนี้ ท่านยังได้เขียนหนังสือ
“เรือไทย” ขึ้นหนึ่งชุด จำนวน ๔ เล่ม เพื่อการศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับเรือไทยประเภทต่างๆ ตาม
วัตถุประสงค์ที่จะให้พิพิธภัณฑ์เรือไทย เป็น “แหล่งเรียนรู้เรื่องเรือไทย The Center for
Thai Boat Knowledge” อย่างแท้จริง